งานสบาย ต่างดาว เปิดรังอัด ปีศาจแดง 3-0 เมสซี่เบิ้ล

งานสบาย ต่างดาว เปิดรังอัด ปีศาจแดง 3-0 เมสซี่เบิ้ล

   งานสบาย จนแทบจะเดินเล่น สำหรับ ต่างดาว บาร์เซโลน่า ที่เกมนี้ไม่ค่อยได้ออกแรงมากหนักเปิด คัมป์ นู เอาชนะ ป๊ศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปง่ายๆ 3-0

   จาก 2 ประตูของ ลิโอเนล เมสซี่ และอีกหนึ่งประตูจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ช่วยให้ บาร์ซ่า ผ่านเข้ารอบตัดเชือกศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ไปด้วยสกอร์รวม 4-0

งานสบาย ต่างดาว เปิดรังอัด ปีศาจแดง 3-0

   ดูบอลสด ศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2018/19 รอบ 8 ทีม นัดที่สอง ต่างดาว บาร์เซโลน่า เปิดบ้านต้อนรับ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนาม คัมป์ นู ในวันอังคารที่ 16 มีนาคม 2562

   บาร์เซโลน่า ไม่แพ้ใครมา 8 เกมติดรวมทุกรายการ โดยไปชนะ 6 และเสมอ 2 นัด ส่วน ปีศาจแดง ฟอร์มช่วงหลังไม่ค่อยดีนักโดย 6 นัดหลังสุดรวมทุกรายการชนะไปเพียง 2นัด และแพ้ไปถึง 4 นัด ซึ่งนัดแรก บาร์ซ่า บุกไปเอาชนะ แมนยู ถึงถิ่น 1-0 ทำให้สถิติการพบกันแบบทางการ 3 นัดหลังสุดของทั้งสองทีมเป็น ปีศาจแดง ที่แพ้รวด

   เริ่มเกม ปีศาจแดง บุกจากขวาไปซ้ายได้ลุ้นก่อนตั้งแต่นาทีแรก ป๊อกบา จ่ายทะลุเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยขวา บอลพุ่งชนคานอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 12 กรรมการเป่าเป็นจุดโทษให้ บาร์ซ่า จากจังหวะที่ ราคิติช วิ่งไปสะดุดทิ้งตัวล้มลงในเขตโทษ ทำเอาผู้เล่น แมนยู เหวอไปตามๆกัน ก่อนจะดู VAR แล้วมากลับคำตัดสิน

   ถัดมานาทีที่ 16 บาร์เซโลน่า ก็มาได้ประตูขึ้นนำเป็น 1-0 จากจังหวะที่ ราคิติช ไปบีบ แอชลี่ย์ ยัง เลยเปิดบอลไปติดบล็อคกระดอนออกมาเข้าทาง เมสซี่ หน้ากรอบเขตโทษก่อนจะลากตัดเข้าในแล้วจัดการปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหนีมือ เด เคอา เสียบเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

   หลังจากที่เสียประตูแรกไปไม่ทันไร ปีศาจแดง ก็ต้องมาเสียประตูที่สองเร็วทันทีในอีก 4 นาทีต่อมาเมื่อ คูตินโญ่ ลากบอลลุยเข้ามาแล้วโดน เฟร็ด สกัดได้แต่ เมสซี่ ยังได้บอลก่อนจะลากมาแถวหัวกระโหลกก่อนจะซัดด้วยขวาเข้าประตูไป บาร์เซโลน่า นำห่าง 2-0

   จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า ทำได้ดีกว่า ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 2-0

   ครึ่งหลัง บาร์ซ่า บุกจากขวาไปซ้ายบ้าง และไม่นานหลังจากเสียงสัญญานนกหวีดดังขึ้น ต่างดาว ก็มาได้ประตูนำห่างเพิ่มเป็น 3-0 ในนาทีที่ 61 ซึ่งเป็นจังหวะที่ เมสซี่ วางบอลขึ้นมาทางซ้ายให้ อัลบา ตบเข้ากลางให้ คูตินโญ่ ลากจี้ไปถึงหน้ากรอบเขตโทษแล้วยิงด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย

   ช่วงเวลาที่เหลือ บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายที่ครองเกมเอาไว้ได้อย่างหมดจด แทบจะไม่เปิดโอกาสให้ ปีศาจแดง ทำอะไรได้เลย สุดท้ายจบเกม บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 3-0 ผ่านเข้ารอบตัดเชือกศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ไปด้วยสกอร์รวม 4-0

 

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พรีวิว บาร์เซโลน่า vs โอลิมปิก ลียง

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พรีวิว บาร์เซโลน่า vs โอลิมปิก ลียง

   ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ต่างดาว บาร์เซโลน่า เปิดบ้านต้อนรับ โอลิมปิก ลียง ที่สนาม คัมป์ นู ในวันพุธที่ 13 มีนาคม 2562 เวลา 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

20/02/19 โอลิมปิก ลียง 0-0 บาร์เซโลน่า

12/03/09 บาร์เซโลน่า 5-2 โอลิมปิก ลียง

25/02/09 โอลิมปิก ลียง 1-1 บาร์เซโลน่า

28/11/07 โอลิมปิก ลียง 2-2 บาร์เซโลน่า

20/09/07 บาร์เซโลน่า 3-0 โอลิมปิก ลียง

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พรีวิว บาร์เซโลน่า vs โอลิมปิก ลียง

บาร์เซโลน่า

   บาร์เซโลน่า ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มบี ล่าสุดเพิ่งบุกไปเอาชนะ ราโย บาเยกาโน่ ในเกมลีกมา 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รั้งตำแหน่งจ่าฝูง ลาลีกา สเปน ส่วนใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมแรกกับ ลียง ผลงานของต่างดาวยังไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจนักโดยทำได้เพียงเสมอกันไป 0-0 ดังนั้นในนัดนี้ต้องชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จึงจะมีหวังลุ้นเข้ารอบต่อไป

   สภาพทีมเกมนี้กุนซือ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ หมดสิทธิ์ใช้งาน โธมัส แฟร์มาเล่น กับ ราฟาเอล อัลกันตาร่า ราฟินญ่า ที่ร่างกายยังไม่พร้อม

   นอกจากนี้ยังต้องรอเช็คความฟิตของ อุสมาน เดมเบเล่ ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังจากเกมชนะ ราโย บาเยกาโน่ ทำให้โอกาสตกไปเป็นของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แทนแต่ข่าวดีคือทีมจะได้ เกลม็อง ล็องเล่ต์ ที่พ้นโทษแบนจากเกม ลาลีกา กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

   รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : มาร์ค อังเดร แทร์ ชเตเก้น, เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมตีตี้, จอร์ดี้ อัลบา, อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อาร์ตู เมโล่, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟิลิเป้ คูตินโญ่

โอลิมปิก ลียง

   ส่วนทางด้าน โอลิมปิก ลียง ผ่านเข้าสู่ แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มเอฟ ล่าสุดเพิ่งบุกไปเสมอกับ สตราส์บูร์ก ในลีก 2-2 รั้งอันดับ 3 ใน ลีก เอิง

   ความพร้อมของทีมในเกมนี้จะต้องรอเช็คความฟิตของ มาร์เซโล่ อันโตนิโอ เกเดส ซึ่งเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้ายมาจากเกมที่เสมอ สตราส์บูร์ก แต่คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

      รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : แอนโธนี่ โลเปส, เลโอ ดูบัวส์, มาร์เซโล่, เจสัน เดนาเยอร์, แฟร์กล็องด์ เมนดี้, ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล่, อุสเซม อาอูอาร์, แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่, นาบิล เฟคีร์ (กัปตันทีม), เมมฟิส เดอปาย, มุสซา เด็มเบเล่ 

 

กานาเลสซัดชัย เบติส เฉือน ตราหมี 1-0 ตามบาร์ซ่า 6 แต้ม

กานาเลสซัดชัย เบติส เฉือน ตราหมี 1-0 ตามบาร์ซ่า 6 แต้ม

   กานาเลสซัดชัย เรอัล เบติส เฉือนเอาชนะ ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ไป 1-0 จากจุดโทษของ แซร์จิโอ กานาเลส ทำให้เกมนี้ แอตฯมาดริด ชวด 3 แต้ม ไปอย่างน่าเสียดาย มีคะแนนไล่ตามจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า ห่าง 6 แต้ม ซึ่งสำหรับเกมนี้ตราหมี ยังได้ส่ง อัลบาโร โมราต้า ลงประเดิมสนามเป็นนัดแรกอีกด้วย

กานาเลสซัดชัย เบติส เฉือน ตราหมี 1-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ลาลีกา เรอัล เบติส เปิดบ้านต้อนรับ ตราหมี แอตเลติโก มาดริด ที่สนาม เอสตาดิโอ เบนิโต้ บิญามาริน ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562

   เริ่มเกมเจ้าถิ่นได้ทักทายก่อนจากลูกเตะมุมทางขวาในนาทีที่ 3 กานาเลสเปิดไปเสาไกลให้เฟดดาล ได้โหม่ง แต่โอบรัค ยังพุ่งไปปัดเอาไว้ได้

   นาทีที่ 13 เป็นโอกาสลุ้นของ ตราหมี บ้างจากลูกตั้งเตะ เลอมาร์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ โมราต้า ได้โหม่งแต่โดนไม่เต็มหัว โลเปซ รับไว้ได้

   นาทีที่ 32 แอตฯมาดริด บุกขึ้นมาอีกครั้ง อารีอาส ตัดบอลได้ก่อนจะชิ่งเข้าเขตโทษแล้วกะจะให้ไปปากประตูที่ โมราต้า แต่โดนสกัดออกไปก่อนไม่งั้น ตราหมี อาจจะเป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนก็ได้

   ครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันได้ไม่มากนัก ทำให้จบ 45 นาที ตราหมี ยังเสมอกับ เบติส อยู่ 0-0

   เกมครึ่งหลัง แอตฯมาดริด ได้ลุ้นก่อนจากความผิดพลาดของเบติสที่จ่ายบอลกันพลาดจึงถูกคอร์เรอาฉกไปได้ก่อนจะไหลจากขวาเข้าไปกลางเขตโทษให้กรีซมันน์ได้ยิงแต่น่าเสียดายที่บอลออกหลังไป

   นาทีที่ 58 คราวนี้เป็นเจ้าถิ่นบ้างจากจังหวะที่ กานาเลส ลากบอลจากกลางสนามมาถึงหน้าเขตโทษก่อนจะจัดการซัดเองทันทีแต่ โอบรัค ยังเซฟไว้ได้

   เล่นไปเล่นมากลายเป็น เบติส ที่มาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 65 จากลูกจุดโทษเมื่อ หลุยส์ ใช้แขนพักบอลในเขตโทษ กรรมการจึงเป่าเป็นแฮนด์บอลแล้วให้จุดโทษกับทางฝั่งเจ้าถิ่นทันที แล้วก็เป็น กานาเลส ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่มีพลาด เบติส นำก่อน 1-0

   ถัดมาอีก 2 นาที ตราหมี เกือบจะเอาคืนได้ทันควันจากจังหวะที่คอร์เรอา ให้บอลไปที่กรีซมันน์ แถวกรอบเขตโทษก่อนจะตัดสินใจซัดทันที บอลพุ่งไปชนเสาพลาดโอกาสตีเสมอไปอย่างน่าเสียดาย

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 84 แอตฯมาดริด ได้ลุ้นเฮือกสุดท้ายจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางฝั่งซ้าย กรีซมันน์ รับหน้าที่ปั่นบอลไปแฉลบกำแพงแล้วข้ามคานออกไป

   จบเกม แอตเลติโก้ มาดริด พ่ายให้กับ เรอัล เบติส ไป 0-1 หยุดสถิติไร้พ่ายทุกรายการไว้ที่ 19 นัด และตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า อยู่ 6 แต้ม