งานสบาย ต่างดาว เปิดรังอัด ปีศาจแดง 3-0 เมสซี่เบิ้ล

งานสบาย ต่างดาว เปิดรังอัด ปีศาจแดง 3-0 เมสซี่เบิ้ล

   งานสบาย จนแทบจะเดินเล่น สำหรับ ต่างดาว บาร์เซโลน่า ที่เกมนี้ไม่ค่อยได้ออกแรงมากหนักเปิด คัมป์ นู เอาชนะ ป๊ศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปง่ายๆ 3-0

   จาก 2 ประตูของ ลิโอเนล เมสซี่ และอีกหนึ่งประตูจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ช่วยให้ บาร์ซ่า ผ่านเข้ารอบตัดเชือกศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ไปด้วยสกอร์รวม 4-0

งานสบาย ต่างดาว เปิดรังอัด ปีศาจแดง 3-0

   ดูบอลสด ศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2018/19 รอบ 8 ทีม นัดที่สอง ต่างดาว บาร์เซโลน่า เปิดบ้านต้อนรับ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนาม คัมป์ นู ในวันอังคารที่ 16 มีนาคม 2562

   บาร์เซโลน่า ไม่แพ้ใครมา 8 เกมติดรวมทุกรายการ โดยไปชนะ 6 และเสมอ 2 นัด ส่วน ปีศาจแดง ฟอร์มช่วงหลังไม่ค่อยดีนักโดย 6 นัดหลังสุดรวมทุกรายการชนะไปเพียง 2นัด และแพ้ไปถึง 4 นัด ซึ่งนัดแรก บาร์ซ่า บุกไปเอาชนะ แมนยู ถึงถิ่น 1-0 ทำให้สถิติการพบกันแบบทางการ 3 นัดหลังสุดของทั้งสองทีมเป็น ปีศาจแดง ที่แพ้รวด

   เริ่มเกม ปีศาจแดง บุกจากขวาไปซ้ายได้ลุ้นก่อนตั้งแต่นาทีแรก ป๊อกบา จ่ายทะลุเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยขวา บอลพุ่งชนคานอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 12 กรรมการเป่าเป็นจุดโทษให้ บาร์ซ่า จากจังหวะที่ ราคิติช วิ่งไปสะดุดทิ้งตัวล้มลงในเขตโทษ ทำเอาผู้เล่น แมนยู เหวอไปตามๆกัน ก่อนจะดู VAR แล้วมากลับคำตัดสิน

   ถัดมานาทีที่ 16 บาร์เซโลน่า ก็มาได้ประตูขึ้นนำเป็น 1-0 จากจังหวะที่ ราคิติช ไปบีบ แอชลี่ย์ ยัง เลยเปิดบอลไปติดบล็อคกระดอนออกมาเข้าทาง เมสซี่ หน้ากรอบเขตโทษก่อนจะลากตัดเข้าในแล้วจัดการปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งหนีมือ เด เคอา เสียบเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

   หลังจากที่เสียประตูแรกไปไม่ทันไร ปีศาจแดง ก็ต้องมาเสียประตูที่สองเร็วทันทีในอีก 4 นาทีต่อมาเมื่อ คูตินโญ่ ลากบอลลุยเข้ามาแล้วโดน เฟร็ด สกัดได้แต่ เมสซี่ ยังได้บอลก่อนจะลากมาแถวหัวกระโหลกก่อนจะซัดด้วยขวาเข้าประตูไป บาร์เซโลน่า นำห่าง 2-0

   จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า ทำได้ดีกว่า ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 2-0

   ครึ่งหลัง บาร์ซ่า บุกจากขวาไปซ้ายบ้าง และไม่นานหลังจากเสียงสัญญานนกหวีดดังขึ้น ต่างดาว ก็มาได้ประตูนำห่างเพิ่มเป็น 3-0 ในนาทีที่ 61 ซึ่งเป็นจังหวะที่ เมสซี่ วางบอลขึ้นมาทางซ้ายให้ อัลบา ตบเข้ากลางให้ คูตินโญ่ ลากจี้ไปถึงหน้ากรอบเขตโทษแล้วยิงด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย

   ช่วงเวลาที่เหลือ บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายที่ครองเกมเอาไว้ได้อย่างหมดจด แทบจะไม่เปิดโอกาสให้ ปีศาจแดง ทำอะไรได้เลย สุดท้ายจบเกม บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 3-0 ผ่านเข้ารอบตัดเชือกศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ไปด้วยสกอร์รวม 4-0

 

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พรีวิว บาร์เซโลน่า vs โอลิมปิก ลียง

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พรีวิว บาร์เซโลน่า vs โอลิมปิก ลียง

   ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ต่างดาว บาร์เซโลน่า เปิดบ้านต้อนรับ โอลิมปิก ลียง ที่สนาม คัมป์ นู ในวันพุธที่ 13 มีนาคม 2562 เวลา 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

20/02/19 โอลิมปิก ลียง 0-0 บาร์เซโลน่า

12/03/09 บาร์เซโลน่า 5-2 โอลิมปิก ลียง

25/02/09 โอลิมปิก ลียง 1-1 บาร์เซโลน่า

28/11/07 โอลิมปิก ลียง 2-2 บาร์เซโลน่า

20/09/07 บาร์เซโลน่า 3-0 โอลิมปิก ลียง

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พรีวิว บาร์เซโลน่า vs โอลิมปิก ลียง

บาร์เซโลน่า

   บาร์เซโลน่า ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มบี ล่าสุดเพิ่งบุกไปเอาชนะ ราโย บาเยกาโน่ ในเกมลีกมา 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รั้งตำแหน่งจ่าฝูง ลาลีกา สเปน ส่วนใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมแรกกับ ลียง ผลงานของต่างดาวยังไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจนักโดยทำได้เพียงเสมอกันไป 0-0 ดังนั้นในนัดนี้ต้องชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จึงจะมีหวังลุ้นเข้ารอบต่อไป

   สภาพทีมเกมนี้กุนซือ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ หมดสิทธิ์ใช้งาน โธมัส แฟร์มาเล่น กับ ราฟาเอล อัลกันตาร่า ราฟินญ่า ที่ร่างกายยังไม่พร้อม

   นอกจากนี้ยังต้องรอเช็คความฟิตของ อุสมาน เดมเบเล่ ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังจากเกมชนะ ราโย บาเยกาโน่ ทำให้โอกาสตกไปเป็นของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แทนแต่ข่าวดีคือทีมจะได้ เกลม็อง ล็องเล่ต์ ที่พ้นโทษแบนจากเกม ลาลีกา กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

   รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : มาร์ค อังเดร แทร์ ชเตเก้น, เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมตีตี้, จอร์ดี้ อัลบา, อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อาร์ตู เมโล่, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟิลิเป้ คูตินโญ่

โอลิมปิก ลียง

   ส่วนทางด้าน โอลิมปิก ลียง ผ่านเข้าสู่ แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มเอฟ ล่าสุดเพิ่งบุกไปเสมอกับ สตราส์บูร์ก ในลีก 2-2 รั้งอันดับ 3 ใน ลีก เอิง

   ความพร้อมของทีมในเกมนี้จะต้องรอเช็คความฟิตของ มาร์เซโล่ อันโตนิโอ เกเดส ซึ่งเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้ายมาจากเกมที่เสมอ สตราส์บูร์ก แต่คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

      รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : แอนโธนี่ โลเปส, เลโอ ดูบัวส์, มาร์เซโล่, เจสัน เดนาเยอร์, แฟร์กล็องด์ เมนดี้, ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล่, อุสเซม อาอูอาร์, แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่, นาบิล เฟคีร์ (กัปตันทีม), เมมฟิส เดอปาย, มุสซา เด็มเบเล่ 

 

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 บอร์นมัธ vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 บอร์นมัธ vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 บอร์นมัธ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม วิตาลิตี้ สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2019 เวลา 22:00 น. ดูบอลสด ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

01/12/18 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3 – 1 บอร์นมัธ พรีเมียร์ลีก

23/12/17 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4 – 0 บอร์นมัธ พรีเมียร์ลีก

26/08/17 บอร์นมัธ 1 – 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก

13/02/17 บอร์นมัธ 0 – 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก

17/09/16 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4 – 0 บอร์นมัธ พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 บอร์นมัธ vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้

บอร์นมัธ

   บอร์นมัธ ทำผลงานในบ้านได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะไม่แพ้ใครมา 4 นัดติดต่อกัน ปละเกมนี้พวกเขาก็ลุ้นสร้างสถิติไม่แพ้ในบ้านติดต่อกันเป็นเกมที่ 5

   ซึ่งเกมนี้ เดอะ เชอร์รี่ส์ จะไม่มี คัลลัม วิลสัน, ลูอิส คุ้ก, ไซม่อน ฟรานซิส, จูเนียร์ สตานิสลาส และ สตีฟ คุ้ก ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา ที่ยังคงติดโทษแบนไม่สามารถลงสนามได้

   ส่วนสภาพทีมน่าจะมีการปรับเล็กน้อยโดยวาง โจชัว คิง เป็นหน้าเป้าโดยมี เดวิส บรู๊ค เป็นตัวทำเกมด้านหลังประสานงานกับ ไรอัน เฟรเซอร์ กับ จอร์ดอน ไอบ์ คอยทำเกมริมเส้น

   แดนกลางมี แอนดรูว์ เซอร์แมน กับ แดน กอสลิ่ง พร้อมด้วย นาธาลเนียล ไคลน์, คริส เมฟแคม, นาธาน อาเก้ และอดัม สมิธ ในแนวรับและมี อาร์เทอร์ โบรุค เป็นผู้รักษาประตู

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ : อาร์เทอร์ โบรุค, นาธาเนียล ไคลน์, คริส เมฟแคม, นาธาน อาเก้, อดัม สมิธ, จอร์ดอน ไอบ์, แดน กอสลิ่ง, แอนดรูว์ เซอร์แมน, ไรอัน เฟรเซอร์, เดวิส บรู๊ค, โจชัว คิง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

   แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผลงานค่อนข้างดีแบบสม่ำเสมอโดย 5 นัดหลังชนะรวดทั้งหมด ล่าสุดเพิ่งเปิดบ้านเอาชนะชนะ เวสต์แฮม มาสดๆร้อนๆ

   หากพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ในเกมนี้มิสิทธิ์ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราวแทนที่ ลิเวอร์พูล ทันที

   สภาพทีมของแมนฯซิตี้ยังคงประสบกับปัญหาตัวผู้เล่นบาดเจ็บเช่นเคย ซึ่งแน่นอว่าเกมนี้จะไม่มีเคลาดิโอ บราโว่, อายเมอริค ลาปอร์ต, แฟร์นานดินโญ่, จอห์น สโตน, ฟาเบียน เดลป์และการ์เบรียล เฮซุส

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ : เอแดร์สัน โมราเอส, ดานิโล่, นิโคลัส โอตาเมนดี้, แวงซองต์ กอมปานี, เบนฌาแม็ง เมนดี้, เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, อิลกาย กุนโดกัน, เลรอย ซาเน่, ราฮีม สเตอลิ่ง, เซร์คิโอ อเกวโร่

 

คาบ้าน ลาซิโอ เปิดบ้านพ่าย เซบีย่า 0-1 ยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีม นัดแรก

คาบ้าน ลาซิโอ เปิดบ้านพ่าย เซบีย่า 0-1 ยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีม นัดแรก

   คาบ้าน อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ เปิดบ้านพ่ายให้กับ เซบีย่า 0-1 จากประตูชัยของ วิสสัม เบน เยดแดร์ ทำให้ เซบีย่า เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นนัดที่สองในบ้านของตัวเอง

คาบ้าน ลาซิโอ เปิดบ้านพ่าย เซบีย่า 0-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีม นัดแรก อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ เปิดบ้านรับการมาเยือนจากทีมดังใน ลาลีกา อย่าง เซบีย่า ที่สนาม โอลิมปิโก้ ในวันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562

   เริ่มเกมไม่ถึง 10 นาที เซบีย่า เป็นฝ่ายที่ได้โอกาสก่อน จากลูกยิงของเบน เย่ดแดร์บอลพุ่งตรงกรอบ แต่สตราโคช่ายังรับเอาไว้ได้ติดมือ

   เกมผ่านมา 20 นาที ลาซิโอ ยังตั้งเกมกันไม่ติด หาโอกาสบุกลุ้นทำประตูแทบไม่มี จนกระทั่งนาทีที่ 22 เซบีย่า ที่เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่ามาโดยตลอดก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะสวนกลับ ซาราเบีย วางบอลไปให้ เบน เย่ดแดร์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะตัดสินใจยิงทันที บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

   หลังจากที่เสียประตู เจ้าถิ่นพยายามตั้งเกมบุกใหม่เพื่อหวังเอาประตูคืนจาก เซบีย่า ให้ได้และก็ทำกันได้ค่อนข้างดี เมื่อในนาทีที่ 27 อินทรีฟ้าขาว เกือบจะได้ประตูตีเสมอเมื่อ ปาโรโล่ ยกบอลจากทางฝั่งขวามาให้ มารูซิช หลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษ บอลไปติดเซฟ วาคลิค บอลกำลังจะข้ามเส้นประตูอยู่แล้วแต่ เคียร์ วิ่งมาสกัดทิ้งได้ทัน ไม่งั้นเป็นประตูแน่นอน

   นาทีที่ 38 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูที่ 2 จากจังหวะที่ อันเดร ซิลวา ได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษเข้าไปดวลกับนายทวารของเจ้าถิ่น แต่แทนที่จะยิงกลับเลือกจ่ายแทนเลยโดนสกัดเอาไว้ได้ พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก เซบีย่า เป็นฝ่ายนำ ลาซิโอ อยู่ 1-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 54 โอกาสจบประตูครั้งแรกในครึ่งหลังของ ลาซิโอ เป็นจังหวะที่ คอร์เรอา ทำชิ่งกับ ไซเซโด้ ขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะตัดสินใจยิงทันที บอลหลุดเสาแรกออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

   นาทีที่ 66 เซบีย่า ได้ลุ้นจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่โยนมาหน้าปากประตู สตราโคช่า นายทวารเจ้าถิ่นออกมาตัดบอลได้แต่ยังไม่พ้นอันตรายเลยโดน เอสกูเดโร่ ยิงสวนจากแถวสอง บอลกำลังจะพุ่งเข้าประตูอยู่แล้วแต่ อแชร์บี้ ยังตามมาสกัดเอาไว้ได้จากเส้นประตู จบเกม เซบีย่า เฉือนเอาชนะ ลาซิโอ ไป 1-0

 

กานาเลสซัดชัย เบติส เฉือน ตราหมี 1-0 ตามบาร์ซ่า 6 แต้ม

กานาเลสซัดชัย เบติส เฉือน ตราหมี 1-0 ตามบาร์ซ่า 6 แต้ม

   กานาเลสซัดชัย เรอัล เบติส เฉือนเอาชนะ ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ไป 1-0 จากจุดโทษของ แซร์จิโอ กานาเลส ทำให้เกมนี้ แอตฯมาดริด ชวด 3 แต้ม ไปอย่างน่าเสียดาย มีคะแนนไล่ตามจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลน่า ห่าง 6 แต้ม ซึ่งสำหรับเกมนี้ตราหมี ยังได้ส่ง อัลบาโร โมราต้า ลงประเดิมสนามเป็นนัดแรกอีกด้วย

กานาเลสซัดชัย เบติส เฉือน ตราหมี 1-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ลาลีกา เรอัล เบติส เปิดบ้านต้อนรับ ตราหมี แอตเลติโก มาดริด ที่สนาม เอสตาดิโอ เบนิโต้ บิญามาริน ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562

   เริ่มเกมเจ้าถิ่นได้ทักทายก่อนจากลูกเตะมุมทางขวาในนาทีที่ 3 กานาเลสเปิดไปเสาไกลให้เฟดดาล ได้โหม่ง แต่โอบรัค ยังพุ่งไปปัดเอาไว้ได้

   นาทีที่ 13 เป็นโอกาสลุ้นของ ตราหมี บ้างจากลูกตั้งเตะ เลอมาร์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ โมราต้า ได้โหม่งแต่โดนไม่เต็มหัว โลเปซ รับไว้ได้

   นาทีที่ 32 แอตฯมาดริด บุกขึ้นมาอีกครั้ง อารีอาส ตัดบอลได้ก่อนจะชิ่งเข้าเขตโทษแล้วกะจะให้ไปปากประตูที่ โมราต้า แต่โดนสกัดออกไปก่อนไม่งั้น ตราหมี อาจจะเป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนก็ได้

   ครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันได้ไม่มากนัก ทำให้จบ 45 นาที ตราหมี ยังเสมอกับ เบติส อยู่ 0-0

   เกมครึ่งหลัง แอตฯมาดริด ได้ลุ้นก่อนจากความผิดพลาดของเบติสที่จ่ายบอลกันพลาดจึงถูกคอร์เรอาฉกไปได้ก่อนจะไหลจากขวาเข้าไปกลางเขตโทษให้กรีซมันน์ได้ยิงแต่น่าเสียดายที่บอลออกหลังไป

   นาทีที่ 58 คราวนี้เป็นเจ้าถิ่นบ้างจากจังหวะที่ กานาเลส ลากบอลจากกลางสนามมาถึงหน้าเขตโทษก่อนจะจัดการซัดเองทันทีแต่ โอบรัค ยังเซฟไว้ได้

   เล่นไปเล่นมากลายเป็น เบติส ที่มาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 65 จากลูกจุดโทษเมื่อ หลุยส์ ใช้แขนพักบอลในเขตโทษ กรรมการจึงเป่าเป็นแฮนด์บอลแล้วให้จุดโทษกับทางฝั่งเจ้าถิ่นทันที แล้วก็เป็น กานาเลส ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่มีพลาด เบติส นำก่อน 1-0

   ถัดมาอีก 2 นาที ตราหมี เกือบจะเอาคืนได้ทันควันจากจังหวะที่คอร์เรอา ให้บอลไปที่กรีซมันน์ แถวกรอบเขตโทษก่อนจะตัดสินใจซัดทันที บอลพุ่งไปชนเสาพลาดโอกาสตีเสมอไปอย่างน่าเสียดาย

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 84 แอตฯมาดริด ได้ลุ้นเฮือกสุดท้ายจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางฝั่งซ้าย กรีซมันน์ รับหน้าที่ปั่นบอลไปแฉลบกำแพงแล้วข้ามคานออกไป

   จบเกม แอตเลติโก้ มาดริด พ่ายให้กับ เรอัล เบติส ไป 0-1 หยุดสถิติไร้พ่ายทุกรายการไว้ที่ 19 นัด และตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า อยู่ 6 แต้ม

 

 

ประเดิมเอเชียนคัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย พ่ายให้ อินเดีย ขาดลอย 1-4

ประเดิมเอเชียนคัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย พ่ายให้ อินเดีย ขาดลอย 1-4

   ประเดิมเอเชียนคัพ 2019 ด้วยความพ่ายแพ้สำหรับ ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่ประเดิมสนามนัดแรกโดนอินเดียไล่ถล่มไป แบบขาดลอย 4-1

ประเดิมเอเชียนคัพ ทีมชาติไทย พ่ายให้ อินเดีย 1-4

   ศึกฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 กลุ่ม A ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติอินเดีย ที่สนาม อัล นาห์ยาน สเตเดียม กรุงอาบูดาบี ดูบอลออนไลน์ ในวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2562

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรกทั้งสองทีมเล่นกันได้ค่อนข้างจะสูสี ทีมชาติไทย ได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของ ธิติพันธ์ ที่ระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

   ในขณะที่อินเดียก็มีเกมรุกขึ้นมาให้เห็นเป็นบางครั้งบางคราวแต่ถือว่า ทีมชาติไทย ยังเล่นเกมรับได้ดี อีกทั้งยังได้บุกสวนเรื่อยๆเช่นกัน

   นาทีที่ 21 ช้างศึก ได้ลุ้นจากฟรีคิกทางฝั่งซ้าย ทริสตอง โด เปิดบอลไปหน้าปากประตู อดิศักดิ์ ไกรษร ได้ชาร์จแต่บอลไปติดผู้รักษาประตูอินเดียออกหลังไป

   เล่นไปเล่นมา ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายบุกอยู่ดีๆ กลับต้องมาเสียประตูในนาทีที่ 27 จากจังหวะอินเดียเล่นทีเผลอที่ทุ่มกันเร็วแล้วได้เข้าไปยิง บอลไปติดเซฟของ ฉัตรชัย กระดอนออกมาโดนแขนของ ธีราทร กรรมการจึงเป่าเป็นจุดโทษทันที ซูนิล เชทรี รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไป อินเดียนำก่อน 1-0

   หลังจากที่เสียประตู ทีมชาติไทย ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามเปิดเกมบุกลุยเข้าใส่ทันทีและก็มาสมหวังในนาทีที่ 33 จากลูกฟรีคิกทางฝั่งขวา ธีราทร บุญมาทัน เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษแล้วเป็น ธีรศิลป์ แดงดา ที่โหม่งตามน้ำเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทีมชาติไทย ตามตีเสมอ 1-1 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังเริ่มเกมได้เพียงแค่ 2 นาที ทีมชาติไทย ต้องมาเสียประตูที่ 2 ให้กับอินเดียจากจังหวะโต้กลับเร็วและเป็น ซูนิล เชทรี เจ้าเก่าที่ได้ซัดด้วยขวาจากระยะประมาณ 16 หลา เสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม อินเดียนำ 2-1

   หลังจากเสียประตูที่ 2 สมาธิของ ทีมชาติไทย ดูเหมือนจะขาดๆหายไป ซึ่ง ราเยวัช ได้แก้เกมโดยการส่ง กรกช ลงมาแทน สรรวัชญ์ เดชมิตร แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เมื่อในนาทีที่ 68 ทีมชาติไทย โดนหนีห่างไปเป็น 3-1 จากเกมโต้กลับของอินเดียอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เป็น อนิรุด ทาปา เป็นผู้ทำประตู

   จากนั้นแฟนบอลไทยงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อ ราเยวัช ถอดเอา ชนาธิป ออกแล้วส่ง สิโรจน์ ลงมาแทนในนาทีที่ 73 และก็โดนประตูที่สี่เข้าจนได้จากลูกยิงของ มาเจอ เจเจ ส่งอินเดียทิ้งห่างไทยเป็น 4-1

   จบเกม ทีมชาติไทย ประเดิมสนามในศึกฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 นัดแรกด้วยการพ่ายให้กับอินเดียไป 1-4

 

ไร้ชัย 4 เกมติด เอซี มิลาน พ่าย ฟิออเรนติน่า 0-1

ไร้ชัย 4 เกมติด เอซี มิลาน พ่าย ฟิออเรนติน่า 0-1

   ไร้ชัย 4 เกมติด สำหรับ ปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน ที่เกมนี้เป็นเกมที่ 4 ติดต่อกันแล้วที่พวกเขายังเอาชนะคู่ต่อสู้ไม่ได้และถึงแม้เกมนี้จะมีโอกาสมากมายที่จะคว้าชัยมาครองได้แต่จังหวะสุดท้ายก็ไม่คมพอ ทำให้พ่ายให้กับ ฟิออเรนติน่าไป 0-1 หล่นลงมาอยู่อันดับ 5 ของตาราง เซเรียอา

ไร้ชัย 4 เกมติด มิลาน พ่าย ฟิออเรนติน่า 1-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา เอซี มิลาน เปิดบ้านพบกับ ฟิออเรนติน่า ที่สนาม ซานซิโร่ ในวันที่ 22 ธันวาคม 2561

   ช่วงต้นเกม มิลาน เป็นฝ่ายได้ทักทายก่อนในช่วง 10 นาทีแรกจากลูกยิงไกลของ ชัลฮาโนกลู แต่โดนเซฟออกหลังไป

   นาทีที่ 30 มิลาน พาบอลขึ้นมาถึงแถวหน้าเขตโทษของ ฟิออเรนติน่า สุดท้ายเป็น โรดิเกซ ยิงไปติดเซฟของ ลาฟงต์

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 43 เจ้าถิ่นเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ได้ทุ่มเข้ามาในเขตโทษ คาลาเบรีย ตวัดไปหน้าปากประตูแต่ไม่มีใคร บอลหลุดมาถึง ชัลฮาโนกลู ยิงผ่านนายทวารทีมเยือนไปแล้วแต่มีตัวคุมเส้นยังเตะทิ้งออกมาได้

   ครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

   ครึ่งหลัง มิลาน ยังคงเป็นฝ่ายเดินหน้าหาประตูต่อ นาทีที่ 53 ซูโซ่ ได้บอลทางขวาแล้วล็อคหนีตัวประกบเข้ามาในเขตโทษก่อนจะหาจังหวะยิงไปเสาแรกแต่ ลาฟงต์ ยังคงเซฟได้เหมือนเดิม

   ถัดมานาทีที่ 58 ยังคงเป็นโอกาสของเจ้าถิ่นจังหวะนี้ ซูโซ่ เจ้าเก่า ลากบอลตัดเข้าในก่อนจะเปิดเข้าเขตโทษให้ อิกวาอิน โหม่งไปแต่เซฟ ลาฟงต์ เช่นเคย

   แต่แล้วในนาทีที่ 73 ฟิออเรนติน่า ที่แทบจะไม่มีโอกาสลุ้นประตูเลยกลับเป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ เวอเรอตูต์ ให้บอลออกซ้ายไปที่ เคียซ่า ลากเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะยิงเสียบเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ฟิออเรนติน่าพลิกขึ้นนำ 1-0

   ช่วงท้ายเกม หลังจากที่ มิลาน โดนนำก็เหมือนเกมจะช็อตไปดื้อๆ เพราะหลังจากที่ตกเป็นรองก็แทบทำอะไรไม่ได้เลย

   นาทีที่ 84 โอกาสลุ้นครั้งสุดท้ายของ เอซี มิลาน จากลูกเปิดของ ซูโซ่ ที่เปิดมาให้ โรดริเกซ ได้โหม่ง แต่ยังเป็น ลาฟงต์ เจ้าเก่าที่ปฏิเสธประตูตีเสมอของ มิลาน ในเกมนี้

   จบเกม เอซีมิลาน พ่ายให้ ฟิออเรนติน่า 1-0 ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่ 4 แล้วที่ ปีศาจแดงดำ ยังหาชัยไม่เจอ หล่นลงมาอยู่อันดับที่ 5 ของตาราง ตามหลัง ลาซิโอ 1 แต้ม

 

เกมพลิก หมาป่า โรม่า พลาดท่าพ่าย อูดิเนเซ่ 0-1

เกมพลิก หมาป่า โรม่า พลาดท่าพ่าย อูดิเนเซ่ 0-1

   เกมพลิก หมาป่า โรม่า พลาดท่าพ่าย อูดิเนเซ่ 0-1 จากประตูชัยของ โรดริโก้ เด ปอล ทำให้ โรม่า พลาด 3 แต้มสำคัญยังคงรั้งอยู่ที่ 6 ในตาราง เซเรียอา มี 19 แต้มเท่าเดิม

เกมพลิก โรม่า พ่าย อูดิเนเซ่ 0-1 โรดริโก้ เด ปอล ซัดชัย

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อูดิเนเซ่ เปิดบ้านพบ อาเอส โรม่า ที่สนาม ดาเซีย อารีน่า ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น โรม่า เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกทันที ซึ่งก็ได้ลุ้นเลยในนาทีที่ 7 จากจังหวะที่ เอล ชาราวี ทำชิ่งกับ เปลเลกรินี่ เบิ้ลคืนให้ เอล อีกครั้ง ซึ่งกองหน้าชาวอียิปต์จัดการซัดนอกกรอบเขตโทษทันที แต่น่าเสียดายนายทวารเจ้าถิ่นรับติดมือ

   นาทีที่ 26 เจ้าถิ่นได้ลุ้นบ้างเมื่อ โฟฟาน่า พาบอลขึ้นมาทางขวาแล้วตัดเข้าใน ก่อนจะแทงไปติด ซานตอน บอลกระดอนไปเข้าทาง ปูสเซตโต้ กำลังจะง้างยิงแล้วเชียวแต่ ฟาซิโอ วิ่งมาตัดหน้าเตะสกัดเอาไว้ได้

   นาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บในครึ่งแรกหมาป่าเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งขวา โคลารอฟ ยิงยัดไปเสาแรก แต่น่าเสียดายที่ มุสโซ่ ทุบทิ้งเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลัง โรม่า ยังคงเป็นฝ่ายเดินหน้าบุกต่อเพื่อจะเอาประตูให้ได้ แต่กลับเป็น อูดิเนเซ่ ที่เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 54 จากจังหวะที่ ปูสเซตโต้ ให้บอลไปที่ เด ปอล ลากแหวกผู้เล่น โรม่า เข้าไปซัดเป็นประตูให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 ทันที

   หลังจากที่เสียประตูหมาป่าเริ่มอยู่นิ่งไม่ได้ จำเป็นจะต้องบุกเพื่อที่จะเอาประตูคืน นาทีที่ 58 จัลโล่รอสซี่ ลากพาบอลเข้าไปลองส่องไกลเองที่ระยะประมาณ 20 หลา บอลพุ่งแรงแต่นายทวารเจ้าถิ่นก็ยังคงไม่พลาดเช่นเดิม

   แต่แล้วนาทีที่ 62 หลังจากที่บุกอยู่ดีๆ โรม่า ก็เกือบจะมาเสียประตูที่สอง เมื่อหมาป่ามัวแต่บุกทำให้กองหลังดันขึ้นสูงแล้ว อูดิเนเซ่ ได้ทีสวนกลับเร็ว ลาร์เซ่น โยนบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ ปูสเซตโต้ พักอกก่อนหนึ่งจังหวะแล้วกระดกบอลข้ามหัวนายทวารหมาป่าเข้าประตูไปแล้ว แต่จาก VAR ปูสเซตโต้ ใช้แขนพักบอลทำให้ผู้ตัดสินไม่ให้จังหวะนี้เป็นประตู

   นาทีที่ 73 ทีมเยือนเริ่มอยู่ไม่ได้ต้องส่ง เชโก้ ลงมาช่วยในเกมรุก

   ช่วงท้ายเกม โรม่า พยายามบุกอย่างหนักเพื่อจะเอาประตูคืนให้ได้ แต่ประตูที่รอคอยก็ยังไม่มาซักที สุดท้ายจบเกม อูดิเนเซ่ เป็นฝ่ายพลิกเอาชนะ โรม่า ไป 0-1

 

 

บู่แบบกู่ไม่กลับ มาดริด พลาดท่าพ่าย อลาเบส 0-1 การ์เซีย โขกชัยทดเจ็บ

บู่แบบกู่ไม่กลับ มาดริด พลาดท่าพ่าย อลาเบส 0-1 การ์เซีย โขกชัยทดเจ็บ

   บู่แบบกู่ไม่กลับ จริงๆสำหรับ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ที่ฟอร์มการเล่นยังคงห่วยแบบไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว หลังจากที่เกมล่าสุดขุนพลราชันชุดขาวบุกไปพ่ายให้กับอลาเบส 0-1 ทำให้ มาดริด ไม่ชนะใครมา 4 เกมติดต่อกันแล้วยังเป็น 4 เกม ที่ยิงไม่ได้สักประตูเดียวอีกต่างหาก

   ศึกฟุตบอล ลาลีกา ดูบอลสด ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 อลาเบส เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก เรอัล มาดริด ที่สนาม เอสตาดิโอ เมนดิซอร์โร่ซ่า

บู่แบบกู่ไม่กลับ มาดริด บุกพ่าย อลาเบส 0-1

   เริ่มเกม มาดริด ได้ลุ้นก่อน นาทีที่ 4 เซบายอส แทงบอลให้ เบนเซม่า ยิงด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งไปตรงตัว ปาเชโก้ รับสบาย

   นาทีถัดมา ราชันชุดขาว ได้ลุ้นต่อเนื่อง คราวนี้เป็น โมดิช ส่งบอลไปแถวหน้ากรอบเขตโทษให้ เบล ไหลต่อไป เบนเซม่า ขวางจากฝั่งขวาไปซ้ายให้ เซบาญอส ซัดด้วยขวาบอลพุ่งไปเสาแรกแต่ ปาเชโก้ ยังล้มตัวปัดบอลออกหลังไป ได้แค่เตะมุม

   ช่วงครึ่งชั่วโมงแรกนาทีที่ 27 เป็นฝั่งอลาเบสบ้างที่ได้ทำเกมกดดัน มาดริด จากจังหวะที่ โฆนี่ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายไปแถวหน้าประตู บอลเลยผ่านไปถึง คัลเลรี่ กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปหน้าปากประตูแต่ วาราน ยังโหม่งเคลียร์ออกไปได้ก่อน

   ครึ่งแรกจบไปแบบเนือยๆ เสมอกันแบบไร้สกอร์ 0 0

   ครึ่งหลัง มาดริด คิดเร็วทำเร็วด้วยการส่ง มาเรียโน่ ลงมาแทน เบนเซม่า และยังคงเป็นฝ่ายเดินเกมขึงฝั่งตรงข้าม ซึ่งก็ได้ลุ้นในนาทีที่ 52 ออดิโอโซล่า พาบอลขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะปาดเข้ากลาง แต่ไม่มีใคร บอลโดนเคลียร์ออกมาเข้าทาง คาเซมิโร่ ยิงสวนทันที บอลพุ่งเรียดแต่ ปาเชโก้ พุ่งปัดได้

   นาทีที่ 58 เจ้าถิ่นได้ลุ้นบ้างเมื่อ อาร์เต้ ได้วอลเล่ย์ด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งแรงกระดอนพื้นแต่ยังไม่ผ่านมือ คูร์กตัวส์

   นาที 79 ราชัน ได้ฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษฝั่งขวา แกเร็ธ เบล ปั่นด้วยซ้ายข้ามกำแพง บอลฮุคลงตรงกรอบพอดีแต่ไปติดเซฟ ปาเชโก้ เหมือนเดิม

   เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์เสมอ 0-0 และแบ่งกันไปคนละแต้ม แต่ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันนาทีที่ 90 + 5 มาดริด ก็พลาดท่าเสียประตูให้กับ อลาเบส จนได้ จากจังหวะที่เจ้าถิ่นได้เตะมุมทางฝั่งซ้าย โฆนี่ เปิดบอลไปเสาสองให้ โซบริโน่ โหม่งไปติดเซฟ คูร์กตัวส์ บอลไปเข้าทาง การ์เซีย ซ้ำดาบสองเข้าไป 1-0

   แล้วก็จบเกม เรอัล มาดริด บุกมาพ่ายให้กับ อบาเลส ไป 0-1 ทำให้ ราชันชุดขาว ไม่ชนะใครมา 4 นัดติดแล้วแถมยังยิงไม่ได้สักประตู พลาดการทำคะแนนแซง บาร์ซ่า ขึ้นจ่าฝูง

 

100 ตุง แล้วจ้า!! ดิโอโก แฮตทริก พา บุรีรัมย์ บุกเชือด แอร์ฟอร์ซ 4-2

100 ตุง แล้วจ้า!! ดิโอโก แฮตทริก พา บุรีรัมย์ บุกเชือด แอร์ฟอร์ซ 4-2

   100 ตุง จนได้ สำหรับ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต หลังจากที่กดแฮตทริกพา บุรีรัมย์ บุกไปเอาชนะ แอร์ฟอร์ซ 4-2 กลายเป็นนักเตะต่างชาติคนแรกที่ทำได้เกิน 100ประตูกับสโมสรเดียวใน ไทยลีก

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2018 นัดที่ 33 แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี เปิดบ้านพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สนาม ธูปะเตมีย์ เมื่อวันพุธที่ 3 ตุลาคม 2561

   ปราสาทสายฟ้าเพิ่งจะรับถ้วยแชมป์ ไทยลีก สมัยที่ 6 ไปหมาดๆ และถึงแม้จะได้ตำแหน่งแชมป์ไปครองเรียบร้อยแล้ว บุรีรัมย์ ก็ยังคงเดินหน้าคว้าชัยต่อไป เพื่อเป้าหมายที่จะทำแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ นิกจากนี้ยังลุ้นให้ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ที่ยิงไปแล้ว 28 ประตูสร้างสถิติยิงประตูที่ ในไทยลีกให้ได้ด้วย

100 ตุง ดิโอโก ทำได้ ซัดแฮตทริก พา บุรีรัมย์ คว้าชัย เหนือ แอร์ฟอร์ซ

   เริ่มเกมนาทีที่ 8 บุรีรัมย์ได้ลุ้นก่อน สุเชาว์ โยนบอลยาวให้ กรกช ทางริมเส้นฝั่งซ้ายแล้วเปิดต่อเข้าเขตโทษให้ ดิโอโก ได้ซัดแต่โดนไม่เต็มเท้า บอลออกหลังไป

   นาที 20 บุรีรัมย์ มาอีกครั้งจาก ศุภณัฏฐ์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษ ปาติญโญ่ โหม่งเน้นๆ แต่บอลหลุดเสาออกไป

   นาที 24 เจ้าถิ่นได้ลุ้นประตูบ้างจากลูกยิงหน้าเขตโทษของ เกร็ก ฮูล่า บอลพุ่งตรงกรอบ แต่ยังไม่ผ่าน ศิวรักษ์ ที่รับบอลไว้ได้

   นาทีที่ 41 ได้เตะมุมทางฝั่งขวา ออสวัลโด เปิดข้ามมาเสาสองให้ ดิโอโก โขกเน้นๆ เข้าประตูไปอย่างสวยงาม ปราสาทสายฟ้า นำ 1-0 เป็นประตูที่ 99 ในไทยลีกของหัวหอกชาวบราชิลเข้าไปแล้ว

   ครึ่งหลังนาทีที่ 50 กลายเป็นว่า แอร์ฟอร์ซ มาตามตีเสมอจนได้จากบอลเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษ เคน วินเซนต์ ได้โหม่ง บอลพุ่งเข้าประตูไปทำให้เจ้าถิ่นตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   แต่ถัดมาอีกเพียงแค่ 4 นาที ปราสาทสายฟ้า ก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากฟรีคิกทางฝั่งซ้าย ออสวัลโด เปิดไปเสาแรกให้ ดิโอโก แทรกตัวไปโหม่งเข้าประตูไปอีกครั้ง บุรรัมย์ นำ 2-1 ประตูนี้เป็นประตูที่ ของเจ้าตัวในไทยลีก

   หลังจากนั้นไม่นานนาทีที่ 57 แอร์ฟอร์ซ ก็มาได้ประตูตีเสมออีกครั้งจาก ภิญโญ อินพินิจ กระชากบอลขึ้นมากลางสนามแล้วจ่ายให้ เกร็ก ฮูล่า จ่ายต่อให้ เคน วินเซนต์ ซัดตุงตาข่าย เจ้าถิ่นตามเจ้าอีกครั้ง 2-2

   ท้ายเกมนาทีที่ 74 บุรีรัมย์ ได้ฟรีคิกระยะพอลุ้นแถวหน้ากรอบเขตโทษ ดิโอโก ปั่นโค้งกำแพงเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นแฮตทริกของ ดิโอโก ในเกมนี้ ทีมเยือนนำ 3-2

   ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน บุรีรัมย์มาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตู เป็นประตูปิดท้ายจากลูกยิงของ ปาติญโญ่ จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ แอร์ฟอร์ซ 4-2